วันจันทร์

ขนมมันทอดสอดไส้


สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ นางสาวอารีม๊ะ เจ๊ะสือนิ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 หลักสูตรภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราชค่ะ ตอนนี้ ดิฉันก็อยู่ที่ร้านเปาะซูนราค่ะ วันนี้เราจะมาดูขั้นตอนการทำขนมมันทอดสอดไส้ค่ะ เจ้าของร้านเรียกกันง่ายๆ ว่าเมาะซูค่ะ เรามาดูส่วนผสมแล้วก็ขั้นตอนการทำขนมมันทอดสอดไส้กันเลยนะคะ

ขนมมันทอดสอดไส้
ส่วนผสม
1. มันบด
2. แป้งสาลี
3. เกลือ
4. น้ำตาลทรายแดง
5. น้ำมัน

ขั้นตอนการทำ
1. นำมันบด แป้งสาลี และเกลือเล็กน้อย มานวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน
2. ตั้งกะทะให้ร้อน
3. นำมันบดที่นวดเรียบร้อยแล้วมาปั้นให้เป็นรูปวงรีแบนๆ
4. ตักน้ำตาลทรายแดงประมาน 1 ช้อนโต๊ะใส่ลงบนมันบดที่ได้รูปวงรีแล้ว
5. ปิดมันบดที่ใส่ไส้แล้วให้สนิท จะได้เป็นรูปวงรีกลมๆ
6. ทอดลงในกะทะร้อนๆ ให้เป็นสีน้ำตาลอ่อน
7. เมื่อได้ที่แล้ว ก็ยกขึ้นจากกะทะ ก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย
เราก็จะได้ขนมมันทอดสอดไส้ที่หอมและน่ารับประทาน แถมยังอร่ยด้วยนะคะ

วันพฤหัสบดี

PV คืนใจให้กัน - ตั๊กแตน ชลดา



คืนใจให้กัน
เกิดอะไรกับความรักเรา
สิ่งดีนี้ในวันเก่านานเข้าก็ยิ่งจืดจาง
เหมือนไม่แคร์กัน ฉันรู้สึกยังไงก็ช่าง
ลองถามหัวใจดูบ้าง ว่ายังรักกันอยู่มั้ย
นิ้วก้อยที่เคยเกี่ยวกันเสมอ
ดูซิดูเธอแกล้งทำเป็นถือข้าวของวุ่นวาย
ยามเดินด้วยกันก็เดินห่างฉันเหมือนไม่อยากใกล้
เธอทำให้ฉันเหมือนรู้สึกได้ ว่าคยฉันไปด้วยคำว่า ทน
*ถ้ารักกันไปแล้วฝืน ก็คืนหัวใจให้กัน
บอกสิ่งที่เธอต้องการออกมาสักหน
หากคิดว่าเราไม่ใช่ ก็อย่าอยู่ไปเพราะแคร์คำคน
หากรักเดินทางมาสุดถนน งั้นเราสองคนคงต้องเลิกกัน
**รอคำตอบที่เธอเก็บไว้
เมื่อพร้อมจะไปช่วยอธิบายกับฉัน
ตั้งแต่ตอนไหนที่หัวใจเธอเริ่มไม่มีกัน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะฉัน หรือเธอนั้นเป็นคนเปลี่ยนใจ
ตั้งแต่ตอนไหนที่หัวใจเธอเริ่มไม่มีกัน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะฉัน หรือเธอนั้น...เป็นคนเปลี่ยนใจ
*,**(ซำ)

Restore the Heart
What happened to our love
The good things in the old days old day to feel alienated.
You don’t care you don’t mind.
You ask your heart, do you love me?
To hook each other’s little fingers.
You pretend that you carry confused belongings.
When walking together , You walk to become estranged.
You doing similar you pal me to suffer.
*If you love me. It will restore the heart.
You tell me that what do you want.
You think you not with me because you care spoken words.
The love is the end of road we should.
**I wait your answer that you kept.
When you ready , you explain with me.
When your heart begin not love me.
Everything happen because I or you are change mind.
When your heart begin not love me.
Everything happen because I or you are change mind.

วันพุธ


3 January the Government House , P rime Minister Mr. Abhisit Vejjajiva. Give an interview to the policy relationship between Thailand and Cambodia that the primary goal is not want to see the tension between the two countries. Thailand proposed that the guidelines World Heritage is not the problem. Their discussions with the Cambodia that we are responsible to talk. To avoid the crux of the conflict World Heritage or what not. Which Mr. Sok deputy PM. the foreign Ministry to the Office of the Prime Minister of Cambodia. We will meet with Mr. Suwit Khunkitti, Minister of Natural Resources and Environment. In January.


The Prime Minister said that we hope that progress. To want to trouble the Word Heritage committee meeting in June. This tension the person not met with Hun Sen Majesty. Prime Minister of Cambodia this time. But will meet in the ASEAN.


Mr. Suthep Thaugsuban deputy Prime Minister Department security Cambodia said Thai government is not satisfied that the commission post pone the border with Thailand and Cambodia (JBC) out several times that must explained to understand why the Cambodian during Mr. Sok sandle Deputy Prime Minister of Cambodia. We will meet and discuss with Mr. Suwit Khunkitti heritage issues that are pending. He will talk to Mr. Sok field works on the territory because the problems have hothing better to talk about.

Folding Bata


1.Fold in half the paper square a paper
2.Fold in half again.
3.Open up the paper then press for smooth
4.It's like that picture
5.Hold the then turn back
6.Another side make like 3 step
7.Fold the paper follow dash line then open up
8.Hold at corner of the paper and open up
9.Then make pack and press for smooth
10.Hold for reverse
11.This part, make like 8 step
12.Fold the paper follow dash line both sides.
13.Fold down to front part.
14.Fold down to front part.
15.Fold the paper turn for change direction

16.Hold in the middle of paper then fold to back part.
17.Hold 2 side of hand for move over up a little.
18.Fold the legs down by step.
19.And the last one, draw eyes to this Bata then finish.

Folding Giraffe


1.Fold the paper in half.
2.Fold the paper into half line follow dash line.
3.fFold the paper is specific on top .
4.Handle the paper for reverse .
5.This spot open up then fold over onto top .
6.Fold the paper over onto top and it will be this picture .
7.Head part, we will fold onto top.

8. The tip of head part, fold the head into wavy.
9. The tip of tail part, fold the paper break 2 time into body.
10. Pull tip of tail that break 2 time last.
11. Cut out by scissors.
12. Craw the eyes and trait give to your giraffe then finish to make Folding Giraffe by paper.

Week 10

Inclass

Instruction

Imputative = (v1+ ส่วนขยาย)
1. Give me that book. (order )สั่งให้ทำ
2. Pass the jam. (v+complement) (Request) ขอร้อง
3. Turn right at the corner. (in structure) ชี้แนะ
4. Try the smoked salmon. (suggestion) แนะนำ
5. Come around on Sunday. (invitation) เชื้อเชิญ

4C (4 สาระ)
1. Communicationภาษาเพื่อการสื่อสาร
2. Culture ภาษาและวัฒนธรรม
3.
4.

โครงสร้างของหัวข้อข่าวภาษาไทย 2 แบบ

1. นามวลี (noun phrase)

เช่น NC plant (ในภาษาข่าวแปลว่าโรงงานนิวเคลียร์)
แผนวิจัยวัสดุนิวเคลียร์รับโครงการปรมาณู (ไทยรัฐ)

2. + ประโยค 5 ประเภท

1. ประธาน+ กริยา + กรรม
เช่น น้ำจะท่วมกรุง

2. +ประธาน + กริยา +กริยา + กรรม
เช่น 4 โจรตี

3. +ประโยค + กรรม
เช่น สั่งเตรียมพร้อมตำรวจชายแดนเต็มอัตราศึก

4. ประโยคเดียวเรียงกัน 2 หรือ 3 ประโยค
เช่น ข้าวเปลือกราคาถูก เร่งตั้งมูลภัณฑ์กันชนแก้

5. ขึ้นต้นหัวข่าวด้วยคำว่า “คาด” “ว่า” “ว่ากันว่า” “คาดว่า”

โครงสร้างหัวข่าวภาษาอังกฤษ
หัวข่าวไม่ใช้ (.) เครื่องหมายใช้บ้างคือ “คำถาม” “ตกใจ”

1.นามวลี
1.+ N + Ving
เช่น Export gaining speed

2. +N +Ved
เช่น Thai held in Malaysia

3. +N + Prep.
เช่น Arma cattail in Songkhla

4. N+ to V.P.
เช่น New Fund to ease loan problem

2. ประโยคเดี่ยว
Hopea collapse For Kampuehen

3. รูปประโยคที่ดัดคำพูดมาลง 5 แบบ

-Borg - “คำพูด”

-Borg: “คำพูด”

“คำพูด” -Borg

“คำพูด”, Borg

“คำพูด”, says Borg

แปลหัวข่าวภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

1.ภาอังกฤษ (+N +Ved+ P, +N +V+N)
ภาษาไทย: + กริยา + คำนาม

เช่น Border Police placed on Full alert.
ส่งเตรียมพร้อมตำรวจชายแดนเต็มอัตราศึก

2.ภาษาอังกฤษ ( +N + Ving +P, +N +To V.P)
ภาษาไทย: +คำนาม +กริยา +คำนาม

เช่น Japan willing to buy more rice.
ญี่ปุ่นจะซื้อข้าวเพิ่ม

1.ภาอังกฤษ (N +V+N)
ภาษาไทย: +คำนาม +กริยา +คำนาม

เช่น Meteorology warns of rain, wild sea and strong wind.
อุตุเตือนระวังฝนตก, คลื่นลมแรง

2.ภาษาไทย
ว่า expected
คาดว่า +ประโยค N+ said +To V.
ว่ากันว่า believed

เช่น คาดว่าราคาทองจะเริ่มลด
Gold prices expected to go down.

ตัวอย่างคำศัพท์ในรายงานข่าวภาษาไทย
คำศัพท์ ความหมาย คำเทียบเคียนในภาษาอังกฤษ
ทลาย กำจัดให้หมดไป Destroy
บุก เข้าไป Raid, invade
โวย ฟ้อง Complain
โหด ทารุณ Cruelly

* หัวข่าวจะใช้ present tense และไม่มี (.), a, an, the
* ส่วนของข่าวจะใช้ past tense

Week 7

Inclass

Genre =Text types
1. Narrative = tell story, usually to entertain.
2. Recounts = personal, factual – tell what happen.
3. Information reports = provide factual information.
4. Instruction = tell the listener or reader what to do.
5. Explanations = explain how or why something happen.
6. Expository texts = present or argue viewpoints.

แปล

-ถ้าฉันถูกล๊อกเตอรี ฉันก็รวยแล้ว
If I had won the lottery, I would be rich.

-ถ้าฉันอ่านหนังสือเมื่อคืนนี้ วันนี้ฉันคงเรียน mixed if clause รู้เรื่อง
If I had read grammar book last night, I might/could / would understand the content of mixed if clause.

-ถ้าจิ้มได้รับข้อความที่ฉันฝากไว้ให้เขาเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เขาก็คงกำลังรอพบฉันอยู่แล้วตอนนี้
If Jim got the message I left him an hour ago, he is waiting for me now.

-ถ้าทอมรวย เขาคงซื้อรถคันใหม่แล้ว
If Tom were rich, he would have bought a new car.


Out class

1.น่าเสียดายที่คุณขับรถไม่เป็น ถ้าคุณขับได้จะเป็นประโยชน์มาก
Unfortunately you do not drive, if you drive is very helpful.

2.ถ้าเพื่อนคุณออกกำลังกายบ้าง ตอนนี้สุขภาพคงไม่แย่อย่างนี้
If your friends exercise, now probably would not be healthy.

3.ถ้าฉันอายุน้อยกว่านี้สัก 10 ปี ฉันก็คงไปเที่ยวผับกับพวกเขาแล้ว
If I was this even younger than 10 years, I would go to pub with them.

Week 6

Inclass

1. If +v1, will/may/can+v1

-ถ้าฉันไม่เข้าใจการแปลอย่างถ่องแท้ ฉันอาจจะตก
If I don’t understand Translation 2 course thoroughly, I may fail it.

-ถ้าหล่อนมา ฉันจะไปที่นั่น
IF she comes, I will go there.

-ถ้าฝนไม่ตกเย็นนี้ ฉันจะไปโอเชี่ยน
If it doesn’t rain this afternoon, I will go to the Ocean.


2. If+v2, would/could/might+v1

-ถ้าฉันเป็นทักษิณ ฉันอาจจะไม่บินไปอเมริกา
If I were Thaksin, I would not fly to America.

3. If+had+v3, would+should+might+v3

-ไม่มีใครบอกฉันเลยว่าคุณเข้าโรงพยาบาล ถาฉันรู้ฉันคงจะไปเยี่ยมคูณแล้วละ
Nobody told me that you were in hospital, if I had known, I would have visited you.


Out class

1.ถ้าฉันมีเวลา ฉันจะโทรศัพท์หาเธอเย็นนี้
If I have a time, I will call you this evening.

2.ถ้าหิมะตกในกรุงเทพ ทุกคนคงจะตกใจ
If the snows fail in Bangkok, Everyone would be shock.

3.ถ้าเขาไม่พาฉันไปดูหนังเมื่อคืนนี้ ฉันคงจะเสียใจมากเลย
If he did not take me to the movies last night, I would be very sad.

Week 4

Inclass

Aspects

Aspects: การณ์ลักษณะ คือมุมมองของผู้พูดที่มีต่อสถานการณ์นั้น ๆ เช่นผู้พูด พูดว่าเสร็จสิ้นแล้ว กำลังเกิดขึ้น พึ่งเริ่มต้น หรือเกิดซ้ำๆ

1.Progressive continuous aspects จะมีคำว่า กำลัง อยู่ ตลอด

1.1 กำลังดำเนินอยู่

1.2 ดำเนินอยู่ต่อเนื่อง
เช่น She was sleeping.

1.3 เหตุการณ์เกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว แต่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
เช่น The boy is hitting my dog with a stick.

1.4 เหตุการณ์ที่ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์
เช่น I am writing a book on global warming.

1.5 เหตุการณ์เกิดขึ้นชั่วคราว
เช่น She is living in London.

2.Perfective aspects จะมีคำว่า แล้ว เสร็จ เคย ได้

2.1 ใช้แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หรือเวลาภายหลัง
เช่น The thief had run away, When the police arrived.

2.2 เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว และยังดำเนินอยู่มาถึงปัจจุบัน
เช่น We have lived in Japan since last year.

2.3 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วโดยมีระบุเวลาแน่ชัด แต่เกิดขึ้นอย่างน้อย 1ครั้งนับจนขณะปัจจุบัน
เช่น I have been to India before.

2.4 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และยังส่งผลอยู่ในขณะปัจจุบัน
เช่น He has cut himself.
I have eaten rice.

แปล

1.คนส่วนใหญ่เชื่อว่า สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์
Most people believe that dogs are man’s best friends.

2.ปัจจุบันอัตราการว่างงานในประเทศไทยอยู่ที่ 28 เปอร์เซ็นต์
At present the unemployment in Thailand is stands / 28 percent.

3.ตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก ฉันดื่มนม 1 แก้วทุกวัน
When I was young, I drank a glass of milk every day.

4.นิดโทรมาหาฉันเมื่อสองสามวันก่อน
Nid call me a few days ago.

5.ตั้งแต่น้อยลาออกจากงาน เขาไม่เคยโทรมาหาฉันเลย
Since Noi quit the job, she has never called me.

6.รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันแล้ว
The government has announced an increase in oil prices.

7.คุณทำงานหนักมาตลอด ตอนนี้ควรจะพักผ่อนบ้างได้แล้ว
You have been working hard. Now you should rest.

8.ระหว่างที่ฉันรอพบหมอ ฉันอ่านนิตยสารจบไป 2 เล่ม
While I was waiting for seeing the doctor, I read two magazines.

9.ก : ตอนที่ฉันเข้าไปในห้องนั่งเล่น สามีฉันกำลังดูข่าวอยู่
ข : ตอนที่ฉันเข้าไปในห้องนั่งเล่น สามีฉันดูข่าวจบแล้ว
A : When I went into the living room, my husband was watching news.
B : When I went into the living room, my husband had watched the news.

10.ศักดิ์สูบบุหรี่มานาน 30 ปี แต่เขาเลิกสูบบุหรี่แล้วเมื่อ 2 ปีก่อน
Sak had been smoking for 30 years but he gave up smoking 2 years ago.

11.เขาจะเอาหนังสือมาคืนเธอวันศุกร์
He will return the book to on Friday.

12.ฉันกำลังจะเริ่มงานใหม่อาทิตย์หน้า
I am going to start a new job next week.


Out class

1.อย่าโทรมาหาฉันช่วง 6 โมงถึงทุ่มหนึ่งนะ ฉันกำลังกินข้าวเย็นอยู่ตอนนั้น
Do not call me up at 6 pm. to 7 pm. I was having dinner at the time.

2.โทรมาหาฉันหลังทุ่มหนึ่งนะ ฉันกำลังกินข้าวเสร็จแล้วตอนนั้น
Calling me after 7 pm., I was finished eating at that time.

3.เมื่อเช้านี้ตอนเราไปถึงที่ทำงาน ก็พบว่ามีคนงัดเข้าไปในบริษัทตอนกลางคืน
When we go to work this morning, I find that there are people breaking into the company at night.

4.จอยบอกฉันว่า เขาจะไปเที่ยวเชียงใหม่ในเดือนพฤษภาคม
Joy told me that she will go to travel to Chiang Mai in May.

5.เธอคิดอะไรตอนที่ซื้อกระโปรงตัวนี้นะ มันสั้นมาก
What do you think when you bought this skirt? So short it.

Week 2

In class

Communicative competences
1. linguistic
2.sociolinguistics
3.discourse
4.strategic/ pragmatic

แปล

1.พี่สาวคุณพูดภาษาอังกฤษได้ดี
Your sister can speak English well.

2.บางครั้งอุณหภูมิอาจจะสูงถึง 40 C ในเดือนเมษายน
The temperature can sometimes reach 40 c in April.

3.คุณเอารถฉันไปได้
You can take my car.

4.ช่วยส่งขวดเกลือให้ฉันหน่อย
Can you pass me the salt?

5.เขาวิ่งได้เร็วมาก
He can run very fast.

6.ตอนเขาเป็นเด็ก เขาวิ่งได้เร็วมาก
When he was young, he could run very fast.

7.วันนี้ฉันเจอเธอไม่ได้ แต่พรุ่งนี้อาจจะได้
I can’t see you today but I could see you tomorrow.


Out class

1.เวลาตัดสินอะไร คนเราอาจจะถูกหรือผิดก็ได้
When people judge what might be right or wrong time.

2.เขาใช้ตะเกียบไม่เป็น
He does not use chopsticks.

3.คุณอยู่ที่นี่นานแค่ไหนก็ได้ เท่าที่คุณอยากอยู่
You are here as the long time as you want to be.



wish เป็นกริยา หมายถึง "ปรารถนาดี หรือต้องการ" มีวิธีใช้ดังนี้
1. to wish (someone) to do somethingwish + to + V1เป็นความปรารถนาหรือต้องการ ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นไปได้
- We wish to book some seats for the concert.
- Do you wish to sit here , sir?
- She wishes to go to the party.

2. to wish someone somethingwish + Noun + Nounเป็นความปรารถนาให้ผู้อื่น ได้รับความสุขสำเร็จหรือสิ่งที่ดีงาม
- We wish him all the best.
- I wish you a Happy New Year.
- I wish you success and happiness.
- I wish you a Merry Christmas.
- I wish you the very best of luck.

3. to wish (that) + noun clauseประโยคที่ใช้ตามหลัง wish นั้นเป็นประโยคแสดงสิ่งที่ปรารถนาซึ่งตรงข้ามกับความเป็นจริง
หรือปรารถนาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งมีวิธีใช้ ดังนี้

3.1 ความปรารถนาในปัจจุบัน
wish + Past Simple (wish = If only ซึ่งใช้แทนกันได้)
If only- Do you wish you lived in America now?
- I wish I could speak German.
- We wish we weren't so tired.

ประโยคทั้ง 3 ข้างต้นนี้ ความเป็นจริงมิได้เป็นอย่างที่ปรารถนา เมื่อเรานึกถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
เราใช้ "I'm sorry" หรือ "It's a pity" แสดงความจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
เราใช้ I'm sorry หรือ It's a pity + Present Simple
- Do you wish you lived in America now? (ความปรารถนาในปัจจุบัน)
(=Are you sorry / Is it a pity you don't live in America now? - ความจริงในปัจจุบัน)
- I wish I could speak German. (ความปรารถนาในปัจจุบัน)
(= I'm sorry/It's a pity I can't speak German. -- ความจริงในปัจจุบัน)
- We wish we weren't so tired. (ความปรารถนาในปัจจุบัน)
(= I'm sorry / It's a pity we are so tired. --- ความจริงในปัจจุบัน)

ดังนั้นการใช้ wish ต้องดูว่าเป็นความปรารถนาในปัจจุบัน อดีต หรืออนาคต

3.2 ความปรารถนาในอนาคต
wish + S + would + V1
(If only)

- I wish I could go with you next Sunday. (ถ้าประธานเป็นคนเดียวกัน ใช้ could)
(If only I could go with you next Sunday.)

- I wish Jack would come to my birthday party tomorrow evening.

(= It's a pity Jack won't come.)

- He wishes he could swim.
(=It's a pity he can't swim.)

- She wishes I would go with her.

(=I'm sorry I won't go with her.)

3.3 ความปรารถนาในอดีต
wish + Past Perfect
If onlyเป็นการแสดงความปรารถนาสิ่งที่ไม่อาจเป็นจริงขึ้นมาได้ และตรงข้ามกับความเป็นจริงในอดีต
- I wish you had been here yesterday. ฉันปรารถนาว่าคุณอยู่ที่นี่เมื่อวานนี้
(= It's a pity you weren't here yesterday.) ความเป็นจริงคือเมื่อวานคุณไม่ได้อยู่ที่นี่
- I wish it hadn't rained heavily yesterday. ความปรารถนาเหตุการณ์ในอดีต
(=It's a pity it rained heavily yesterday. ความจริงในอดีต)
- I wish I had worked harder last semester. ความปรารถนาเหตุการณ์ในอดีต
(= It's a pity I didn't work harder last semester. ความเป็นจริงในอดีต)
- If only the weather had been better yesterday. ความปรารถนาในอดีต
(=It's a pity the weather wasn't better yesterday. ความเป็นจริงในอดีต

week 1

In class

ครูต้องมี 4 ตัวนี้และสืบทอดให้เด็ก
1. Critical mind
2. Creative mind
3. Productive mind
4. Responsible mind

แปล
1.ฝากดูแลบ้านให้ฉันด้วยนะ
Please look after the house for me.

2.ฉันกินแซนวิซกับแอบเปิ้ลเป็นอาหารกลางวัน แซนวิสไม่ค่อยอร่อยเทาไรแต่แอปเปิ้ลอร่อยดี
I have sandwich and an apple for lunch. The sandwich is not delicious, but the apple is nice.

3.นิดจะไปยืมหนังสือจากห้องสมุด
Nid will borrow a book from the library.


Out class

1.เธอจะไปเชียงใหม่ทางรถยนต์หรือรถไฟก็ได้
Are you going by car or train from Chiang Mai.

2.รถยนต์ที่แม่ซื้อให้ฉัน เป็นรถญี่ปุ่นคันเล็กๆ
Car mother bought for me. Japanese cars are small vehicles.

3.เขากะว่าจะพาฉันไปร้านอาหารดีๆเพื่อฉลองวันเกิดฉัน แต่แล้วเราก็ลงเอยที่ร้านอาหารใกล้ๆ ที่ทำงานเขานั่นแหละ
He took me to shift to a good restaurant to celebrate my birthday. But then we ended up near the restaurant. That his work.

4.ก : ฉันใช้เงินไปหมดเลยเพราะฉันพักโรงแรมที่แพงที่สุดในเมือง
ข : ทำไมเธอถึงไม่อยู่โรงแรมที่ถูกกว่านั้นละ
A: I use my money out, because the most expensive hotel in town.
B: Why did not address it at a cheaper hotel.

5. ใครๆก็รู้ว่าเงินเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต
Anyone knows money is essential in life